welcom

Sponsor

Banner
Home Hot News
NewsFlash
Meditation course

Welcome to Meditation Retreat at  Buddharam  Temple

On September 10-12 , 2010

Join us for a special weekend meditation retreat

All beginners and experienced meditators are welcome.

Please come and have a life-changing experience of insight meditation (vipassana) or simply centre yourself !
The day will include basic meditation instructions, Yoga or stretching exercieses,  meditation, Dhamma talks, discussions and questions and answers session

 

Accommodation:

Buddharam Temple has very limited accommodation; however, we can accommodate 10 persons. Please let us know if you intend to stay over-night.

 

 Venue:  Buddharam Temple   Fredrika  (Holmselevägen 68 91050 Fredrika Sweden)Tel:08-57024916,07-06075113 Fax: 08-57024213

Time: Meditation Retreat starts on 5:00 pm on Friday and Ends at 5:00 pm on Sunday (Every week)

 

Cost:   FREE!!!  The teachings are freely offered, however, you are welcome to support their continuation  in any way that you feel comfortable.   

 

Space availability:   This retreat will accommodate 30 participants.   Please book early to avoid disappointments by sending us an e-mail message. There is still some space left...

 

Teacher:  Venerable  Bhante  Buddharakkhita  ( Founder  and  President of the Uganda Buddhist Centre, Uganda, Africa)

For more information please contact:   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

  

  INSIGHT MEDITATION PROGRAM

Wat Buddharam, Fredrika

                                  September 10-12, 2010

          Friday 10 th

5:00 – 6:00 pm Registration

 6:00 – 7:00 pm Opening ceremony

7:00 – 8:00 pm Chanting Meditation and Eight Precepts

8:00 – 9:00 pm Dhamma Talk

9:00 pm Bed time

         Saturday 11 th

5:00 am Wake up

 6:00 am Chanting meditation

7:30 am Breakfast

 9:00 am Meditation Instructions (Vipassana)

11:00 am Mindfulness eating

12:00 – 2:00 pm Mindfulness resting and work

 2:00 - 3:00 pm Insight Meditation (Standing/Walking)

 3:00 - 4:00 pm Insight Meditation (Sitting)

 4:00 – 6:00 pm Mindfulness resting (Free time)

 6:00 pm Chanting Meditation and Dhamma Talk

 9:00 pm Bed time

          Sunday 12 th

5:00 am Wake up

6:00 am Chanting meditation

7:30 am Breakfast

9:00 am Insight Meditation (Vipassana)

11:00 am Mindfulness eating (Lunch)

12:00 – 1:00 pm Mindfulness resting and work

1:00 am Closing talk and ceremony (Five Pecepts)

   

med3

Standing Meditation session

 med2

Sitting Meditation Session

Around

Arounding the candle in Asalha puja day.

 
ข่าวหน้าหนึ่ง จากหนังสือพิมพ์

วัดไทยดินแดนหิมะน้ำแข็ง 

 

    แสงทองแห่งพระพุทธศาสนา ได้แผ่ขยายไปยังดินแดนสแกนดิเนเวียร์ แม้ว่าได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะน้ำแข็งอันหนาวเย็น แต่ด้วยพุทธบารมี อันมีพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้อันเชิญไปประดิษฐาน ณ  วัดพุทธาราม    เฟรดริก้า อยู่ทางตอนเหนือราว ๗๐๐ ก.ม. ของประเทศสวีเดน  ได้เป็นสัญลักษณ์อันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  ในการเผยแผ่ของพระพุทธศาสนา  ไปยังดินแดนแห้งนี้ ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล และอบอุ่นในจิตใจ แก่ชาวพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยในต่างประเทศและชาวต่างชาติอย่างยิ่ง  

          ท่านเจ้าพระคุณสมเด็นพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่  สมเด็นพระสังฆราช วัดสะเกศ ได้เมตตาประทานพระบรมสารีริกธาตุ มีบัญชาให้ท่านเจ้าประคุณพระธรรมสิทธินายก  ผู้ชวยเจ้าอาวาสวัดสะเกศ  เป็นผู้แทนและนำคณะ

ประวัติวัดพุทาราม

เมืองสตีอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

พระพุทธศาสนาส่งสว่าง

ท่ามกลางของพระอาทิตเที่ยงคืน

คนไทยในสวีเดนเมื่อราว ๒๐ ปีก่อน จำนวนไม่มากนักเดินทางมาอยู่แดนไกลที่มีสภาพแวดล้อม ทั้งดินฟ้าอากาศ วัฒนธรรม แตกต่างไปจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนอย่างสิ้นเชิง ความยากลำบากในการปรับตัว ทำให้คนไทยกว่าครึ่งประสบภาวะกดดันทางจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มาวันนี้ คนไทยในสวีเดนหลายครอบครัวตั้งหลักแหล่งถาวรและมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าสามพันคน เมื่อมีโอกาสพบกันก็เกิดความคิดที่จะรวกลุ่มเป็น สมาคม ชมรม โดยมีวัตถุประสงค์ต่างกันออกไป ทั้งทางการเมือง วิชาการและวัฒนธรรม กลุ่มชาวพุทธไทยเริ่มจากความคิดของของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าชาวไทยในสวีเดน น่าจะได้ศูนย์รวมจิตใจเพื่อพบปะพูดคุยและเปลี่ยนทุกข์สุข มีสถานที่อ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งสถาบันอันน่าจะทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างดีที่สุดก็คือ "วัด" นั่นเอง แต่ความคิดที่จะสร้างวัดไทยขึ้นมาก็ยังดูห่างไกลจากความเป็นจริง จึงสรุปกันเพียงว่า จะขอนิมนต์พระสงฆ์ในประเทศไกลเคียงมาแสดงธรรมปีละครั้ง หลังจากนั้นจะปรึกษาหารือกันถึงความเหมาะควรในการที่สร้างวัดเป็นการถาวรในประเทศสวีเดนต่อไป

เดินทางอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ  ตามที่ท่านพระครูสุตพุทธิธัช  เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เฟรดริก้า  ได้ขอประทานมาเพื่อบรรจุประดิษฐาน  ณ องค์พระบรมบรรพตน้ำแข็ง  (ภูเขาทองจำลองด้วยน้ำแข็ง) วัดพุทธาราม เฟรดริก้า ประเทศสวีเดน วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๓   โดยองค์พระบรมบรรพตน้ำแข็งจำลองนี้ สร้าขึ้นจากน้ำแข็งก้อนยักษ์นำมาแกะสลักตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา   ในบริเวณวัดมีพระวิหารน้ำแข็ง  อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธประทานพร (สร้างจากน้ำแข็ง) และพระเจดิย์หิมะขนาดใหญ่  ในคราวนี้

         พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐานในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากประเดชพระคุณพระเทพสิทธาจารย์ วัดพระมหาธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ พระราชรัตนาภรณ์ วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ พระพิพัฒวราภรณ์ วัดศรีสุดารามณ์ กรุงเทพฯ พระกิตติญาณโสภณ วัดท่าพระประดิษฐาราม จ.ขอนแก่น พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต วัดธาตุ จ. ขอนแก่นและพระครูพระครูไพศาลกิจจาภรณ์ วัดจุฬามุณี จ. สมุทรสงครามและได้รับเกียรติจากตัวแทนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย  พร้อมด้วยเอกอัคราชทูตประจำกรุงสต๊อกโฮล์ม สวีเดน ผู้ว่าเมืองโอเซเล่ และท่านผู้มีเกียรติ ที่เป็นตัวแทนจากสมาคมชาวพุทธในเมืองต่าง ๆ

          การจัดงานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ  มาประดิษฐานครั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๔ ปี และเป็นเหตุการสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ได้ทำการสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ  ประหนึ่งได้ชื่อว่าได้เข้าเฝ้าฯ องค์สมเด็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เฉพาะพระพักตร์เลยที่เดียว ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชน และสื่อมลชนในระดับนานาชาติ  ทั่วสแกนดิเนเวียร์  และทวีปยูโรปทำข่าวอย่างยิ่งใหญ่ ประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลก

         การอัญชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐาน  ณ  พระบรมบรรพตน้ำแข็ง (ภูเขาทองจำลองด้วยน้ำแข็ง) จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวไทยและชาวต่างชาติ ในต่างประเทศได้ทำการสักการะบูชา  เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคลเป็นบุญอย่างยิ่ง และเป็นสัญลักษณ์แห่งการประดิษฐาน  พระพุทธศานาให้มั่งคมถาวรมากขึ้น ใน ดินแดนหิมะน้ำแข็ง แห่งนี้

 
ขอเชิญรวมเป็นเจ้าภาพ

ขอเชิญเป็นเจ้าภาพ

ซื้อหินปูถนนทางเข้าวัดพุทธาราม แวร์มเดอ

 

ขอเชิญร่วมสำรองที่นั่งไปทอดกฐิน 3 ประเทศ

เนเธอร์แลนด์,เบลเยียม,ฝรั่งเศส

ด่วน!!!!!ทีนั่งมีจำกัด

 

 

 

 

 

 

 

 

Vesak: The Holiest Day in Buddhism

 

  On this day, we celebrate the birth, the Enlightenment, and the death of the Buddha. This day is usually in the middle or last two weeks of May.

 

 Buddhists around the world rejoice and ponder this day, which is itself a symbol of rejoicing and pondering. Celebrations can be large affairs, filled with food ( both vegetarian and non-vegetarian), and festivals, or small remembrances. Silent marches or meditations in the evening end the daylong celebration.

 

This holiday goes by other names as well, namely: Buddha Purinama, Vesak, and Visakha Puja. The name may be different, but the reason for celebrating is the same.

 

 

 

 
The Council Of Thai Bhikkhus In The U.S.A.

photo_all_copyPhramaha  Boonthin Taosiri  is participating in the Council of Thai Bhikkhu in the U.S.A.

Read more...
 
Thailand 2553/2010 ปฏิทินวันสำคัญต่างๆ

 

    สารบัญ
  1. wikipedia.org รายการวันสำคัญ
  2. ปฎิทินวันพระ และวันหยุด ของ กรมการศาสนา
  3. ปฏิทินปี 2553 ที่ timeanddate.com
  4. วันหยุด ธนาคารแห่งประเทศไทย
  5. วันหยุด travexnet.com (english)
  6. วันสำคัญ au.ac.th
  7. วันสำคัญ thaigoodview.com
  8. วันสำคัญ pattaya.com
  9. วันสำคัญ ธรรมะไทย (ความหมาย)
  10. วันสำคัญ พืชมงคลคืออะไร #
  11. ความหมายปฏิทิน และกำเนิด
  12. ปฏิทินจาก Excel : 1
  13. เว็บเพจเดิม 44, 45, 49, 50, 51, 52
แหล่งอ้างอิงของผม [earthcalendar.net]
1. วันสำคัญปี 2553 wikipedia.org
2. วันหยุดธนาคาร จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี 2553 มี 16 วัน
3. วันสำคัญทางศาสนา จาก กรมการศาสนา Tel.0-2422-8804 ปี 2553
4. วันตรุษจีน จาก infoplease.com (2011 Feb.3 and 2012 Jan.23)
5. วันพืชมงคล จาก สำนักพระราชวัง Tel.0-2623-5500 ext.1124 กำหนดเป็นปี ๆ ไป
6. วันสารทจีน (Ghost or Spirit Festival) จาก wikipedia.org

 

วันหยุด (ธนาคาร และ ราชการ) ปี 2553
วันในสัปดาห์ วันที่ เหตุการณ์ ธนาคาร ราชการ
ศุกร์ 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days) วันหยุด วันหยุด
อาทิตย์ 28 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day)
จันทร์ 1 มีนาคม ชดเชย วันมาฆบูชา (Makha Bucha Day) วันหยุด วันหยุด
อังคาร 6 เมษายน วันจักรี (Chakri Memorial Day) วันหยุด วันหยุด
อังคาร 13 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
พุธ 14 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 15 เมษายน วันสงกรานต์ (Songkran Festival Day) วันหยุด วันหยุด
เสาร์ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day)
จันทร์ 3 พฤษภาคม ชดเชย วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day) วันหยุด
พุธ 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล (Coronation Day) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 13 พฤษภาคม วันพืชมงคล (Royal Ploughing Ceremony Day) วันหยุด
ศุกร์ 28 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา (Visakha Bucha Day) วันหยุด วันหยุด
พฤหัสบดี 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคาร วันหยุด
จันทร์ 26 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา (Asarnha Bucha Day) (ธปท.) วันหยุด วันหยุด
อังคาร 27 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา (Buddhist Lent Day) วันหยุด
พฤหัสบดี 12 สิงหาคม วันแม่ (H.M. The Queen's BirthDay) วันหยุด วันหยุด
เสาร์ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day)
จันทร์ 25 ตุลาคม ชดเชย วันปิยมหาราช (Chulalongkorn Memorial Day) วันหยุด วันหยุด
อาทิตย์ 5 ธันวาคม วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay)
จันทร์ 6 ธันวาคม ชดเชย วันพ่อ (H.M. The King's BirthDay) วันหยุด วันหยุด
ศุกร์ 10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (Constitution Day) วันหยุด วันหยุด
ศุกร์ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี (New Year's Eve) วันหยุด วันหยุด

 

วันสำคัญ ปี 2553
วันในสัปดาห์ วันที่ เหตุการณ์
เสาร์ 9 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ (Children Day)
เสาร์ 16 มกราคม วันครู (Teacher Day)
จันทร์ 18 มกราคม วันยุทธหัตถี
อาทิตย์ 14 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day) #
อาทิตย์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก (Valentine's Day)
อาทิตย์ 25 เมษายน วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
เสาร์ 26 มิถุนายน วันสุนทรภู่
อังคาร 24 สิงหาคม วันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit Festival) #
เสาร์ 23 ตุลาคม วันปวารณาออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day) #
อาทิตย์ 14 พฤศจิกายน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
อาทิตย์ 21 พฤศจิกายน วันลอยกระทง (Loykatong Day)

 

กำเนิดปฏิทิน ข้อมูลจาก http://www.lib.ru.ac.th
ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษ คือ คาเลนดาร์ (Calendar) มาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า “Kalend” มีความหมายว่า “I cry” หรือ “ฉันร้อง” มีที่มาว่า สมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอก ปฏิทินจึงเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า “ปฏิทิน”
ปัจจุบัน “ปฏิทิน” ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกจากนี้ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น
ปฏิทินไทย
ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1 – 12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม
การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า “ 14 First Calendar print in B. 1842 ” (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)
รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108
ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ “ ประนินทิน ” ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า “ ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ ” แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ
ปฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้
การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น – น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า “ ไดอารี่ ” (Diary) หรือ ” สมุดบันทึกประจำวัน ” ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้
ปฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า “ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ”
อ้างอิง
- มณฑา สุขบูรณ์ “ เวลา … พันธนาการแห่งมนุษย์ ” THE EARTH 2000 2,22 ( 2539 ) หน้า 76 –88
- อเนก นาวิกมูล. สิ่งพิมพ์คลาสสิค วิคตอรี่เพาเวอร์พอยท์,กรุงเทพฯ2533

 

วันตรุษจีน ข้อมูลจาก http://www.infoplease.com/spot/chinesenewyear1.html
โดยปกติวันตรุษจีน จะมีวันที่เกี่ยวข้อง และติดกัน 3 วัน คือ
1. วันจ่าย คือ วันสำหรับออกไปจับจ่ายอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่น มาเตรียมไว้
2. วันไหว้ คือ วันที่ทำพิธีไหว้เจ้า เป็นวันสิ้นปีของจีน
3. วันตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือ วันตรุษจีน

 

ความเชื่อเรื่อง “วันห้ามต่าง ๆ ของไทย”
ข้อมูลจาก oknation.net
ความเชื่อ คือ ความคิดหรือทิศทางความเห็นที่กลุ่มชนพึงมีไปในทางเดียวกัน สอดคล้องสัมพันธ์กัน หรือประมาณเข้าใจว่าน่าที่จะเป็นเฉกเช่นนั้น เป็นต้น ความเชื่อของคนเราไทยนั้นดังที่พอทราบได้ว่ามีมากมายหลายอย่างโดยเฉพาะรูปแบบของความเชื่อที่ถูกถ่ายเทมาแต่ครั้งอดีต ตกทอดมายังคนรุ่นต่อ ๆ มา
ความเชื่อเรื่องวันห้าม
- ห้ามขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์ เพราะเชื่อกันว่าวันเสาร์เป็นวันแรง ถ้าขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้แล้วจะทำให้ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างไม่เป็นปกติสุข
- ห้ามเผาผีวันศุกร์ เพราะเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ และความรื่นเริง หากเกิดการเผาผีขึ้นในวันนี้แล้วจะก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นดังคำกล่าวที่ว่า “เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์แก่คนยัง”
- ห้ามโกนจุกวันอังคาร เพราะเชื่อว่าวันอังคารเป็นวันแข็ง หากโกนจุกในวันนี้แล้วอาจเกิดเรื่องร้ายแรง อาทิ อุบัติเหตุขึ้นกับผู้ถูกโกนจุกได้
- ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันที่ไม่มีความมั่นคง หากแต่งงานในวันพุธแล้วจะทำให้ชีวิตแต่งงานพบแต่อุปสรรค
- วันพุธห้ามตัด เพราะเชื่อกันว่าวันพุธเป็นวันแห่งความเจริญงอกงาม จึงห้ามตัดสิ่งต่างๆในวันพุธ อาทิ การตัดต้นไม้ต่างๆ รวมทั้งร้านตัดผมก็ยังนิยมหยุดให้บริการในวันพุธ เป็นต้น
- วันพฤหัสห้ามถอน เพราะเชื่อกันว่าวันพฤหัสเป็นวันแห่งความมั่งคั่ง ดังนั้นการถอดถอนต้นไม้ เสาเรือน หรือถอดถอนสิ่งสำคัญต่างๆจึงพึงงดในวันดังกล่าว

 

ครั้งแรก หรือ การเริ่มต้น
+ เหตุการณ์ ช่วงเวลา แหล่งอ้างอิง
+ หลักฐานเกี่ยวกับปฏิทิน ครั้งแรกในเมืองไทย (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3)
คาดว่าโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์เป็นผู้จัดพิมพ์
14 ม.ค. 2385 http://www.lib.ru.ac.th
+ รัชกาลที่ 4 โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย
ปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ หน้า 108
12 มี.ค. 2404
+ มีการพิมพ์ปฏิทินขาย ชื่อ "ประนินทิน" เป็นของโรงพิมพ์หมอสมิท
ราคาเล่มละ 4 บาท
รัชกาลที่ 5
2411 – 2453
+ ธนบัตร หรือ อัฐกระดาษ ถูกนำมาใช้แต่ไม่เป็นที่นิยม
ออกธนบัตรอีกครั้ง ในชนิด 5, 10, 20, 100, 1000 บาท
2435
2445
http://www.tv5.co.th
http://www.heritage.thaigov.net/
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2486
ให้ประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก
2486 http://www.nurnia.com
http://www.seedang.com
+ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2505 ขนาด 6*9 ซม.
เป็นการจัดทำบัตรจากส่วนกลาง โดยออกบัตรเหลืองจนกว่าส่วนกลางจะส่งกลับมา
2505
+ บัตรประชาชนเปลี่ยนจากสีขาวดำเป็นสีธรรมชาติ
เริ่มใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ผลิตบัตรแบบรอรับได้
เริ่าใช้บัตรอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด
2531
2539
2547
+ โฉนดที่ดินฉบับแรกเป็นของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต.บ้านแป้ง อ.พระราชวัง จ.กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) 89-1-52 ไร่
1 ต.ค.2444 http://www.dol.go.th
http://www.thaihomeonline.com
+ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497
ใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
2497
+ อารามเล็ก ๆ เป็นวัดไหล่หินหลวง หรือ วัดเสลารัตนปัพพตาราม อ.เกาะคา จ.ลำปาง
วิหาร ร่วมสร้างโดย พระมหาป่าเกสร ปัญโญ และเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง
2181 (370 ปี)
2226 (325 ปี)
http://www.chiangmainews.co.th
http://www.laihin.org
http://www.onab.go.th

 

 

 

 

 

 

 


www.buddharam.com  e-mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

The 6th United Nations Day of Vesak is held in Bangkok between 4-6 May. On the opening day, held at the Buddhamonthon Auditorium, Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana gave a short opening talk followed by a number of short talks given by guests from all over the world. On the second day the conference continued at the Mahachulalongkornrajavidyalaya University, where speakers like Ajahn Brahmavamso and Bhikkhu Sanghasena gave discourses on subjects like the Buddhist Approach to Political Conflicts and Peace Development, the Buddhist Approach to Environmental Crisis, and the Buddhist Approach to Economic Crisis. In the evening the Vesak-celebration continued with a cultural stage show on the main campus. The last day of the conference will be held at the United Nations Convention Center in Bangkok.
 
More than 1300 invited delegates from all over the world participate in the conference and Vesak-celebration. Representing Sweden are three persons: Phramaha Boonthin Taosiri, Abbot of the Buddharama Temple south of Stockholm, Bhante Dhammaratana, Abbot at Stockholm Buddhist Vihara north of Stockholm, and layman Samuel Nordius, founder of theravadabuddhism.se.

 

วัดพุทธาราม  สายงานวัดสระเกศฯ กรุงเทพฯทั้งสองแห่ง  วัดแห่งแรกตั้งอยุ่ที่เมืองวาร์มเดออยู่ในเขตสตอกโฮล์ม ระยะทางห่างจากกรุงสตอกโฮล์มประมาณ 35  กิโลเมตร   ซึ่งได้เริ่มก่อตั้งขั้นประมาณเมื่อ 25 ปีที่ที่แล้ว จัดว่าเป็นวัดแห่งแรกในประเทศสวีเดน และในกลุ่มแสกนดิเนเวีย มีเจ้าอาวาสองค์แรกชื่อพระราชรัตนรังษี หรือหลวงตา  ซึ่งท่านได้มรณะภาพเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน  2546   ปัจจุบันมีพระครูสุตพุทธิธัช (พรมหาบุญทิน)  หรือหลวงน้า  เป็นเจ้าอาวาส  และได้ดำเนินการสร้างวัดพุทธาราม แห่งที่สอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระชนมพรรษาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวฯ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ  และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญกุศลของชาวพุทธ เป็นที่ศึกษาและเผยแผ่พระพุทศาสนา  ในต่างประเทศ ในดินแดนภาคเหนือของสวีเดน  ดินแดนหิมะ และพระอาทิตย์เที่ยงคืน  ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้วัดพุทธาราม เมืองวาร์ดเดอ สตอกโฮล์มจะจัดงานเพื่อรำลึก อุทิศส่วนกุศลแด่อดีตเจ้าอาวาส ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน จึงขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมงานตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

นอกจากนั้นมีงานสำคัญอีกงานหนึ่ง  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี คืองานฤดูร้อนประจำปี ที่วัดพุทธาราม  เมืองเฟรดริก้า  ทางภาพเหนือประเทศสวีเดน ห่างจากกรุงสตอกโฮล์มไปทางภาค เหนือ 600 กิโลเมตร ในดินแดนที่เรียกว่าแลบแลนด์ ในเขตโอเสเลคอมมูน ในวันเสาร์ที่ 25 เดือนกรกฏาคม   ซึ่งในงานมีการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน  ขบวนแห่ การแสดงวัฒนธรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ปีนี้ครบรอบห้าปีแห่งการสร้างวัดพุทธาราม เมืองเฟรดริก้า ซึ่งมีที่ดำเนินการเสร็จแล้ว และยังดำเนินการอยุ่  ทั้งนี้เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการสร้างวัดต่อไป นับว่าเป็นวัดที่มีพื้นที่สวยงานที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นธรรมชาติ มีมีป่าไม้ ภูเขา ป่าสน และทะเลสาบ เนื้อที่กว่าสองร้อยไร่ มีหลวงปู่ทวดสูงสี่เมตร และพระพุทธรูปปางประทานพร สูงสิบเมตร ให้ผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมชมวัด และกราบไหว้  พร้อมทั้งชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อนด้วย  ท่านที่สนใจจะเดินทางกับรถบัสไป ร่วมงานติดต่อทางวัดได้ที่ โทร (0046) 08-57024916 

ข่าว  สำคัญในเดือนนี้อีกงา คืองานคอนเสิร์ตการกุศล   งานมิสซัมเมอร์   ปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นพิเศษ พบกับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เสรี รุ่งสว่าง และนก พรพนา   ในวันเสาร์ที่  27 มิถุนายน   2552  10.oo  เป็นต้นไป ณ  ลานกลางแจ้งวัดพุทธาราม เมืองวาร์มเดอ 

สุดท้าย  คืการทำบุญเวียนเทียน ฟังเทศน์ปฏิบัติธรรม  เนื่องในโอกาส วันวิสาขบูชาโลก วันสำคัญของโลก  ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 เป้นต้นไป  

ในเวลา 16.00   มีการประชุมประจำปีของสมาคมชาวพุทธไทยในสวีเดน  ด้วย  จึงขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมประชุม และเลือกตั้งกรรมการบริหารโดยพร้อมเพรียงกัน

โทร.08/57024916     This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Schedule Buddharam Temple 2009

//////////////////////////

Meditation Course /  begin every last month on Friday  18.00 – Sunday 12.00

      30 Jan – 1 Feb     24-26  July

      27 February – 1 March  28-30  August 

      27 – 29 March   25-27  September 

      24-26 April    30 October -1   

      22-24  May    27-29  November 

      26-28 June    31  Dec -3  Jan  

Activity

      7 – 9 February   Meditation Course  on Magapucha  Day

      8  February    Magha Pucha  Day

      11 April    Song Kran  Day  at  WatBhuddaram  Fredrika

      12 April    Song Kran  Day  at  WatBhuddaram  Stockholm

      23  May    Visakha Pucha Day

      20 June    Ceremonial Dedication of  The past Abbot 

      27June    WatBhuddaram  Varmdo Thai  Festival

      5 July     Asalha Pucha Day  and Rainy Retreat Day

                                    Samanera Day

      22 August    WatBhuddaram  Stockholm Sommer Festival (Hemmesta)   Varmdo

      26  September   Sartthai Day

      4  October    End of Rainy Retreat Day

      31  October    Kathin Festival WatBuddharam  Stockholm

      1  November    Kathin Festival WatBuddharam  Fredrika

      27-29  November    Meditation Course  + Loikratong Festival

      5 December    Father Day 

Vad är buddhism? – en kort introduktion till buddhismen
I stort sett alla beskrivningar av buddhismen tar sin utgångspunkt i Buddha, så kanske det bör vara vår startpunkt här också. Gautama Buddha var den historiska personen som levde för drygt 2500 år sedan, i norra Indien, som sökte vägen till fullkomlig befrielse (bodhi) och fann den under ett träd under djup meditation. Sedan lyckades han förmedla till andra det han upptäckt (Dharma) för att även de skulle kunna se och vakna upp.

Buddha undervisade i drygt 40 år och etablerade en gemenskap (en Sangha), som frodas än idag. Buddha har även en mängd andra namn eller benämningar som man stöter på i texterna, t.ex. Shakyamuni (den vise från shakyaätten), Tathagata (”den som gått bortom” eller ”kommit från bortom”), Sugata (den lycklige) och Jinan (den seger­rike).

Om han levat idag kan man undra vad han gjort, när hela världen kunnat vara hans undervisningsfält. Vad skulle han sagt till dagens buddhister och betonat nu? Troligtvis samma tidlösa lära och i stort sett samma metoder för uppvaknande. Men skulle något vara annorlunda? Det är kanske en fråga som dagens buddhister borde ställa sig, vad är idag effektiva metoder för uppvaknande?

Buddhismen är en tradition som alltsedan Buddhas dagar utövats och utvecklats på många ställen i världen, ofta i vitt skilda kulturer. Redan under buddhismens tidiga historia i Indien uppstod det olika skolor med lite olika betoningar av vissa läror, ibland levde munkar till dessa traditioner harmoniskt under samma tak. Framför allt när den kom till nya kulturer och civilisationer var buddhismen tvungen att finna nya uttryck, ibland nya ord, för att förmedla sitt budskap. Därav kan de olika formerna av buddhism se ganska olika ut och det finns inte en ortodoxi, snarare en ortopraxi (snarare gemensamma praktiska övningar som man utgår ifrån, än dogmer som alla skall tro på).

Det finns dock några tydliga och gemensamma nämnare för alla buddhistiska traditioner. Här är några, kanske de mest centrala: de tre juvelerna (Buddha, Dharma och Sangha), de fyra ädla sanningarna, den ädla åttafaldiga vägen, villkorlig samverkan (eller samberoende uppkomst, pratitya samutpada på sanskrit, paticca-samuppada på pali). Låt oss titta lite grand på var och en av dem.

De tre juvelerna
Buddhismen kan sammanfattas under dessa tre skatter eller juveler och en buddhist är någon som tar tillflykt till dem (för mer se under buddhist?).

Buddha – den upplyste eller uppvaknade – den historiska Buddhan.
Dharma – hans lära eller väg.
Sangha – den buddhistiska gemenskapen, särskilt de som nått insikt, men även den breda sanghan av alla dem som följer Buddhas väg.

De fyra ädla sanningarna & den ädla åttafaldiga vägen
Bland alla läror och all buddhistisk undervisning är det nog dessa två som är mest omskrivna. Men tyvärr har de även blivit mycket missförstådda, särskilt de fyra ädla sanningarna och av dem särskilt den första, sanningen om dukkha, otillfredsställelse, eller som den ibland översätts: sanningen om lidandet. I vår svenska National­encyklopedi står det att ”allt är lidande”. Detta borde någon gång rättas till. Om buddhismen byggde på en sådan förenklad sanning, vore knappast buddhister så glada och vänliga.

1. Sanningen om otillfredsställelse eller lidande (dukkha)2. Sanningen om orsaken till dukkha, vilket är gripande, begär (eller aversion)3. Sanningen om dukkhas upphörande, befrielse eller uppvaknande (nirvana, nibbana)4. Sanningen om vägen som leder dit – den ädla åttafaldiga vägen

En författare beskriver dem inte så mycket som ädla, utan förädlande. Eftersom de har en förädlande och renande inverkan på en då man kontemplerar dem. Den åttafaldiga vägen sammanfattas under tre rubriker, eller övningar som de också kallas: etik, meditation och visdom. (De åtta stegen är: rätt förståelse (vision), rätt känsla, rätt tal, rätt handling, rätt försörjning, rätt strävan, rätt medvetenhet och rätt absorption.)

Villkorlig samverkan (eller samberoende uppkomst)
(pratitya samutpada på sanskrit, paticca-samuppada på pali)
När man talar om kärnan i Buddhas insikt, i alla former av uppvaknande, brukar man framför allt utgå från denna centrala princip: att alla saker och fenomen uppstår beroende av en mängd olika villkor. De fyra ädla sanningarna, såväl som all annan buddhistisk lära, bygger på denna princip. Såväl vårt lidande som vår lycka och glädje uppstår beroende av olika villkor eller omständigheter.

Om vi därför tydligt ser och upplever detta, kan vi leva våra liv så att de leder till befrielse. Det tycks vara en bedrägligt enkel princip, men den är djup och svårfångad av vårt mänskliga medvetande, som så lätt blir upptaget av ytliga oväsentligheter. Budskapet är att vi har vårt öde i våra egna händer och den buddhistiska vägen är i allt väsentligt en träning för att nå denna befrielse.

Viryabodhi
mars 2006


 
--
00า


Windows Live™ SkyDrive™: Get 25 GB of free online storage. Check it out.

 


Language เลือกภาษาอัตโนมัติ

English German Russian Spanish Swedish Thai

Picture Gallery

Events Calendar

« < September 2010 > »
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2

Manage Website

Give Donations

Enter Amount: